บทที่ 4 ไม่ต้องห่วง

ตอนภูเมืองมาถึงสถานีตำรวจ ชายที่เขาต้องการพบก็นั่งรออยู่แล้ว

วิชาญอายุห้าสิบกว่า สวมเสื้อโปโลสีเทากับกางเกงผ้า รองเท้าหนังมีรอยเปียกตรงปลาย เขาลุกขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่แนะนำตัวภูเมือง

“ผมเพิ่งทราบจากน้องฝ้ายครับ”

เขายื่นโทรศัพท์ให้ดูประวัติการสนทนา

“เลยคิดว่าควรมาแจ้งก่อน เมื่อคืนผมไปหาสุรีย์จริง”

ภูเมืองเชิญเขานั่ง พนักงานสอบสวนเข้ามาร่วมรับข้อมูล ส่วนจ่าเนศวางสมุดลงข้างตัว

“ไปถึงกี่โมงครับ”

“ประมาณสองทุ่ม จำเวลาแน่นอนไม่ได้ แต่ผมโทรหาลูกเขาก่อนกลับ น่าจะตรวจจากตรงนั้นได้”

“ไปทำอะไร”

“เธอไม่สบายครับ ผมแวะซื้อข้าวไปให้”

“ใครแจ้งคุณครับว่าเธอไม่สบาย”

วิชาญหยุดนิดหนึ่ง

“สุรีย์เองครับ เราคุยกันช่วงเย็น”

ภูเมืองจดไว้

“แล้วตอนคุณไปถึง เธอเป็นอย่างไรบ้าง”

“เครียด นอนไม่ค่อยหลับ ผมบอกให้พัก เธอก็ขึ้นห้องไป”

“คุณตามขึ้นไปไหมครับ”

“ขึ้นครับ เอาน้ำไปให้”

เขาตอบโดยไม่หลบตา

“เธอเป็นลูกน้องผมมานาน มีอะไรก็ช่วยกันมาตลอด”

เมื่อถูกถามว่าเมื่อคืนคุยเรื่องอะไร เขาตอบสั้น ๆ

“เรื่องเก่าครับ เธอชอบโทษตัวเอง”

“เรื่องอะไรครับ”

“ผู้ป่วยที่เคยเสียชีวิต เธอคิดว่าถ้าเข้าไปเร็วกว่านั้นคงช่วยได้”

“ผู้ป่วยชื่ออะไร”

วิชาญก้มมองแก้วน้ำ

“ต้องไปเปิดเอกสารครับ หลายปีแล้ว”

“สุรีย์พูดถึงชื่อใครเมื่อคืน”

คราวนี้เขาเงยหน้าขึ้น

“มาลินีครับ”

จ่าเนศจดต่อ ภูเมืองไม่ได้เปลี่ยนน้ำเสียง

“เธอบอกคุณว่าอย่างไร”

“บอกว่าได้ยินเสียงเรียกอีกแล้ว ผมเลยเป็นห่วงว่าเธอจะพักผ่อนไม่พอ”

“คุณได้ยินด้วยไหม”

“ไม่ครับ”

“เห็นอะไรผิดปกติในบ้านไหม”

“ไม่เห็นครับ ตอนผมกลับเธอก็นอนแล้ว”

ภูเมืองเว้นช่วงให้เขาพูดต่อ แต่วิชาญหยิบแก้วขึ้นดื่ม

ชัชเข้ามาวางกระดาษให้จ่าเนศ แล้วถอยออกไปยืนข้างประตู

ภูเมืองถามเรื่องพัสดุ

“มีคนฝากของไว้กับบ้านข้าง ๆ คุณทราบไหมครับ”

วิชาญส่ายหน้า

“ผมไม่ได้เอาของมาฝาก ซื้อข้าวแล้วถือเข้าไปเอง”

“ใช้รถอะไรครับ”

เขาบอกยี่ห้อ สี และทะเบียน เจ้าหน้าที่รับข้อมูลไว้ตรวจสอบ

วิชาญพยักหน้า แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“ผมโทรหาเธอได้ไหม”

“มีเรื่องอะไรอยากบอกเธอครับ”

“บอกว่าไม่ต้องห่วง ค่าใช้จ่ายผมจัดการให้”

ภูเมืองมองมือที่ถือโทรศัพท์

“ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจ้งเธอครับ ตอนนี้เธอเพิ่งได้พัก”

วิชาญวางเครื่องลงโดยไม่โต้แย้ง

เมื่อชายคนนั้นออกไป ชัชจึงเดินกลับเข้ามา

“ภาพรถจากหน้าปากซอยได้บางส่วนแล้วครับ รถสีดำผ่านเข้ามาก่อนสุรีย์ถึงบ้าน แต่ยังต้องตามภาพช่วงที่ออกไป”

ภูเมืองให้ตรวจเทียบกับรถที่วิชาญระบุ และเก็บข้อมูลจากกล้องอื่นต่อ

“ส่วนเด็กข้างบ้านยังไม่ได้ให้ดูรูปใครนะครับ” ชัชบอก “ผมบันทึกลักษณะที่เธอจำได้ไว้ก่อน”

“ดี”

จ่าเนศพลิกสมุดไปหน้าที่จดเวลา

“เขายอมรับว่าอยู่ด้วย หลังข้อความขอความช่วยเหลือถูกส่ง”

“ต้องตรวจครับว่าเขาไปถึงก่อนหรือหลัง”

ภูเมืองมองแก้วน้ำที่ยังอยู่บนโต๊ะ

“แล้วต้องรู้ด้วยว่า ใครออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย”

ชัชไม่ตอบ

เขามองไปยังเก้าอี้ตัวที่วิชาญเพิ่งลุกจาก สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน

“ดาบ”

“ได้กลิ่นไหมครับ”

จ่าเนศเงยหน้าจากสมุด

“กลิ่นอะไร”

ชัชกลืนน้ำลาย

“น้ำยาถูพื้น”

ภูเมืองมองประตูที่ปิดอยู่ พื้นห้องแห้งสนิท ตั้งแต่กลับเข้ามายังไม่มีใครทำความสะอาด

เจ็ดโมงเช้า เมย์พบนนท์นั่งหลับอยู่หน้าห้องพักเจ้าหน้าที่

กล้องเก็บเข้ากระเป๋าแล้ว แต่สมุดยังเปิดบนตัก เธอวางถุงอาหารเช้าบนเก้าอี้ข้างเขา นนท์สะดุ้งตื่นทันที

“หมอออกมาหรือยัง”

“หมอนวลพักอยู่ค่ะ”

เขาพยักหน้า ยกมือขยี้ตา

“คุณกลับไปนอนเถอะ เดี๋ยวต้องขับรถอีก”

“รอส่งหมอก่อน”

เมย์มองเขาแล้วเลื่อนถุงอาหารให้

“งั้นกินระหว่างรอ”

เขาเปิดถุง หยิบแซนด์วิชออกมาหนึ่งห่อ

“ซื้อให้ผมหรือ”

“ซื้อเผื่อค่ะ”

นนท์กินไปสองคำ ก่อนถามว่ามีกาแฟไหม

“มีแต่น้ำเปล่า หน้าคุณไม่ควรกินกาแฟเพิ่มแล้ว”

เขาหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอเดินมา

เมย์นั่งลงห่างออกไปหนึ่งที่ เมื่อเขาหลับตาอีกครั้ง เธอก็ไม่ได้เรียก

ฝ้ายกลับเข้าบ้านพร้อมเจ้าหน้าที่ในช่วงสาย หลังได้รับอนุญาตให้เข้าไปหยิบของใช้จำเป็นบางส่วน

เธอไม่ขึ้นชั้นสอง

ที่โต๊ะกินข้าวมีวงปากกาจาง ๆ บนแผ่นรอง ภูเมืองถามว่าแม่ปกตินั่งทำอะไรตรงนี้

“อ่านหนังสือค่ะ จดรายจ่ายด้วย”

“เมื่อคืนมีเอกสารวางอยู่ ตรงนี้คุณเคยเห็นไหมครับ”

ฝ้ายมองภาพที่เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ก่อนเก็บของกลาง เป็นกระดาษที่กระจายอยู่ใกล้โต๊ะ

เธอส่ายหน้า

“แม่ไม่ชอบวางของรกนะคะ ถ้าลุกไปนอนจะเก็บก่อน”

ในถังขยะมีถุงอาหารที่วิชาญบอกว่านำมาให้ กล่องยังปิดอยู่ หนังยางรัดรอบฝาไม่ถูกแกะ

ฝ้ายมองมันอยู่นาน

“แม่ยังไม่ได้กินหรือคะ”

ภูเมืองยังไม่ทันตอบ โทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น

ชื่อวิชาญปรากฏบนหน้าจอ

ฝ้ายมองภูเมือง เขาขอให้เธอตัดสินใจเองว่าจะรับหรือไม่ เธอสูดหายใจแล้วกดรับ

“ค่ะ”

เสียงผู้ชายดังลอดออกมาเบา ๆ

“หนูอยู่บ้านหรือเปล่า อาอยากถามเรื่องเอกสารที่แม่ฝากไว้”

ฝ้ายเงยหน้ามองภูเมือง

“เอกสารอะไรคะ”

ปลายสายเงียบไป

“อ้าว แม่ไม่ได้บอกหรือ”

เธอกำโทรศัพท์แน่น

“แม่ฝากอะไรไว้คะ”

วิชาญหัวเราะเบา ๆ

“คงจำผิด ไม่เป็นไรลูก ไว้คุยกัน”

สายตัดไป

ภูเมืองขอให้ฝ้ายเก็บประวัติการโทรไว้ ก่อนหันไปหาจ่าเนศ

บนโต๊ะเมื่อคืนมีสำเนาเอกสาร

แต่จนถึงตอนนี้ พวกเขายังไม่รู้ว่าสุรีย์ได้เอกสารเหล่านั้นมาจากไหน

และคนที่บอกว่าไปเยี่ยมเพราะเป็นห่วง กลับกำลังตามหากระดาษบางอย่างในบ้านสุรีย์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป